แชร์ประสบการณ์ การทำงาน Work from home ของ Application Developer

ตั้งแต่มีการระบาดโควิด-19 หนักขึ้นเป็นระลอกที่ 3 สิ่งที่กระทบกับการทำงานของเราเลยการที่ทุกคนต้องทำงานร่วมกัน แต่ต้องแยกกันทำจากที่บ้าน (Work From Home) ทั้งหมด ทั้งทีมงานพัฒนา และดูแลลูกค้า หลังจากผ่านมาได้ซัก 2 – 3 เดือน เราจึงอยากจะมาแชร์ให้ทุกคนดูว่า เรามีรูปแบบการทำงานที่บ้านแบบไหนบ้าง ที่ทำให้งานออกมายังคงมีประสิทธิภาพ เผื่อคนที่มีปัญหาในการ WFH อยู่จะได้ไปลองใช้กันได้ค่ะ

ตัวอย่างงาน Application Lotus Clubcard

 

1. การประชุมและการสื่อสารภายในทีม

เราพยายามให้มีการประชุมและสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอให้ใกล้เคียงกับการทำงานเหมือนนั่งทำงานอยู่ข้างๆ กัน โดยจะใช้โปรแกรมในการสื่อสาร ทั้งหมด 3 โปรแกรมคือ Discord, Google Meet และ Microsoft Team ตามความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เช่น

ใช้ Discord สำหรับสแตนบายการพูดคุยกันภายในทีม เราสามารถสร้างห้องเล็ก ๆ แยกหมวดหมู่ตามทีมย่อยที่ทำงานเช่น Backend, Android, iOS และเรายังเปิดลำโพงทิ้งไว้เผื่อคนในทีมก็สามารถเปิดไมค์ เรียกเราเพื่อสอบถามหรือขอความช่วยเหลือได้

Discord

 

ใช้ Google Meet สำหรับนัดประชุมภายในกับทีมงานผู้พัฒนา ส่งเมล์นัดหมายง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน และใช้ Email ของ Google เป็นหลัก เพราะสามารถส่งนัดการประชุมผ่านทาง Google Calendar ได้ทำให้สามารถติดตามตารางงานในแต่ละวันได้ว่าในแต่ละวันทำอะไรไปบ้าง

Google Meet

 

และใช้ Microsoft Team ในการประชุมกับลูกค้าตามที่ลูกค้าใช้งานอยู่ประจำ เพื่อประชุมรายวัน และรายงานผลการดำเนินงานเป็นราย Sprint มีกระดานสนทนาและพื้นที่วางไฟล์ สามารถเชื่อต่อกับเอกสารต่างๆที่เป็นไฟล์ของ Microsoft ได้โดยตรง

 

2. เข้า-ออกงานตามเวลาทำงานปกติ

การเข้า-ออกงานตามเวลาทำงานปกติก็จำเป็นในการทำงานจากที่บ้าน ให้ทุกคนในทีมทำงานในช่วยเวลาเดียวกัน เพื่อให้การติดต่อสื่อสารไม่ขาดช่วง ได้รับการตอบกลับโดยไม่ต้องใช้เวลานาน และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ทีมงาน ต้องทำงานล่วงเวลาเกินความจำเป็นอีกด้วย

 

3. เครื่องมือในการช่วยติดตามงาน

เราสามารถใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อช่วยในการติดตามงานของทีมงานได้ เพื่อช่วยให้ทีมงานมองเห็นภาพรวมเดียวกันว่า มีงานอะไรบ้างอยู่ในขั้นตอนไหนบ้าง ตัวอย่างเช่นการใช้ Jira มาช่วยในการติดตามงาน สามารถสร้างและติดตามงานได้ สามารถแบ่งช่วงออกมาเป็นรอบ Sprint เรียงลำดับความสำคัญของงานได้

 

4. อัพเดทและประเมินความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

จะต้องมีการอัพเดทและประเมินความก้าวหน้าเป็นราย Sprint อาจจะมีการ Demo เพื่อแสดงฟังก์ชั่นที่พัฒนาเสร็จจริง เพื่อให้ทีมงานทั้งหมดได้รับทราบตรงกัน ทำให้สามารถประเมินความก้าวหน้าของงานได้

 

5. ความร่วมมือและความรับผิดชอบของทีม

การทำงานที่บ้าน นอกจากจะต้องมีกระบวนการการทำงานที่ชัดเจนแล้ว ทีมงานแต่ละคนยังจะต้องรับผิดชอบงานของตัวเองให้เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการดำเนินงาน และจะต้องมีความร่วมมือในการช่วยเหลือ และการแก้ไขปัญหาใน

จากวิธีที่แนะนำไปจะเห้นได้ว่า ถ้าเรามี มีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการทำงาน ก็จะช่วยให้การทำงานจองเรามีระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะไม่ได้นั่งทำงานร่วมกันก็ตามค่ะ

หวังว่าวิธีที่แชร์ให้จะช่วยให้ทุกคนทำงานกันได้ราบลื่นมากยิ่งขึ้นนะคะ



Related Articles

See All Post

งานจริง ประสบการณ์จริง จากการฝึกงาน System Administrator

วันแรกที่ผมได้เข้ามาก็มีพี่ HR มาเเนะนำบริษัทและบอกกฎต่างๆของบริษัทและเข้าผมเข้าทีมโดยผมได้อยู่ทีม IT ได้ฝึกในตำแหน่ง System Administrator พอผมเข้าไปในห้องก็มีพี่ๆ คอยต้อนรับผมและก็ให้ผมแนะนำตัวและวันเเรกพี่ๆ ก็จะให้โจทย์มาให้ทำว่าผมมีความรู้ประมาณไหนที่ได้เรียนมาและ ผมรู้สึกกดดันเพราะไม่เคยทำงานด้าน IT มาก่อนพอได้มาเจอการทำงานจริงๆก็รู้สึกว่ายากเพราะมีบางเรื่องที่มีในการเรียนการสอนเเต่บางเรื่องก็ไม่มีในการเรียนการสอนเเต่ก็มีคำเเนะนำจากพี่ในทีมที่คอยสอนจนผมเข้าใจเเละสามารถทำได้  บรรยากาศในการทำงานเป็นออฟฟิศที่ชิวมาก พี่ๆ ใจดี ให้ความรู้สึกสนุก ผ่อนคลาย มีการพูดคุยกันตลอด เล่นมุขบ้างอะไรบ้าง…